การขับขี่รถเวลากลางคืน


เรื่อง : วันที่ Pageview: 426

เคล็ดไม่ลับที่ควรรู้ในการขับขี่รถเวลากลางคืนมาฝากกัน

หากเลือกได้ เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงจะเลือกขับรถในเวลากลางวันมากกว่าเวลากลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ยอมรับในสังขารอันเริ่มจะร่วงโรยของตัวเอง เพราะยิ่งด้วยอายุที่มากขึ้น ก็ยิ่งทำให้ประสาทการรับรู้ทั้งทางสายตา และความฉับไวในการสั่งการของสมองช้าลง แต่ด้วยปัจจัยและเงื่อนไขในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป บางคาบบางครั้งจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องขับขี่รถในเวลากลางค่ำกลางคืน ทั้งบางท่านก็อาจจะมองว่าการขับรถโดยเฉพาะทางไกลนั้น เดินทางในเวลากลางคืนนั้นสะดวกกว่ากลางวันมาก อย่างน้อยก็ในเรื่องของการจราจรที่คับคั่ง และยิ่งย่างเข้าหน้าหนาวด้วยแล้ว ถึงอยากเลี่ยงก็คงยากที่จะเลี่ยงได้ เพราะแค่เวลาล่วงเข้าหกโมง ท้องฟ้าก็เริ่มจะมืดเอาเสียแล้ว วันนี้ผมเลยรวบรวมเคล็ดไม่ลับที่ควรรู้ในการขับขี่รถเวลากลางคืนมาฝากกัน

 

1.เตรียมสภาพรถให้พร้อมโดยเฉพาะระบบไฟสัญญาณและไฟส่องสว่างซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการขับรถในเวลากลางคืน

 

2.นอกจากสภาพรถที่สมบูรณ์แล้ว สภาพความสมบูรณ์ของคนขับนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการขับรถในเวลากลางคืนนั้น ต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าเวลากลางวัน ดังนั้นควรพักผ่อนให้เพียงพอ มีสติที่สมบูรณ์พร้อม

 

3.หากเป็นไปได้ ควรศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนเดินทาง หากมีถนนชำรุดหรืออยู่รักษาบำรุงซ่อมแซม ควรหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น

 

4.ควรเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง หากสภาพอากาศมีหมอกลงจัดหรือฝนตกหนักควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลากลางคืน เพราะจะทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นยิ่งแย่ลง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรใช้ความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น

 

5.ควรขับรถด้วยความเร็วที่สามารถจะหยุดรถได้ในขอบเขตที่สายตามองเห็นได้ และภายในระยะที่ไฟหน้ารถส่องถึงนั่นคือ สำหรับไฟต่ำ ระยะการมองเห็นไม่เกิน 40เมตร และไฟสูงระยะส่องสว่างไม่เกิน 100 เมตร

 

6.หากขับรถในเส้นทางที่มืดมาก ควรใช้ไฟสูงเพื่อช่วยในการมองเห็น แต่หากเห็นว่ามีรถขับผ่านสวนมาควรเปลี่ยนเป็นไฟต่ำทันที มิฉะนั้นจะทำให้ผู้ขับรถสวนมาตาพร่าเพราะแสงไฟอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

 

7.ในกรณีขับรถขึ้นลงเขา ในขณะเข้าโค้ง ควรใช้สัญญาณกระพริบไฟสูงเพื่อส่งสัญญาณให้รถที่สวนมารู้

 

8.หากเกิดอาการอ่อนล้าหรือง่วงนอน ควรหาที่ปลอดภัยแวะพัก

 

9.หากง่วงแต่ยังจำเป็นต้องขับต่อไปสักอีกระยะ ยังไม่สามารถหาที่จอดแวะพักได้จริงๆ ให้ใช้นิ้วโป้งกดจิกลงที่ปลายนิ้วก้อย วิธีนี้จะช่วยให้ระบบประสาทตื่นตัวขึ้นหากแต่ก็เพียงช่วยได้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น

 

10.เมื่อรู้สึกอ่อนล้าหรือง่วง ควรหาที่ปลอดภัยแวะพักโดยการงีบหลับสัก 15 นาที และก่อนการงีบหลับนั้น ให้ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอินก่อนนอน เพราะเครื่องดื่มดังกล่าวใช้เวลาในการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดประมาณ 15 นาที ดังนั้น เมือดื่มและงีบหลับสัก 15 นาที พอตื่นมาก็จะรู้สึกสดชื่น และพร้อมจะเดินทางต่อไปได้อีกประมาณ 3-4 ชั่วโมงโดยไม่รู้สึกอ่อนเพลีย

 

11.หากง่วง หรือ อ่อนล้า ไม่ควรแวะพักเพียงแค่ ล้างหน้า ดื่มกาแฟ แล้วเดินทางต่อ เพราะอาจทำให้หลับใน ซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุได้

 

จากสถิตินั้น อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นในเวลากลางคืนมากกว่ากลางวันถึง เท่า ดังนั้นเพื่อนๆท่านใดมีเหตุจำเป็นต้องขับรถในเวลากลางคืน ก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าขับตอนกลางวันจะปลอดภัยหายห่วงร้อยเปอร์เซนต์นะครับ ให้ดีที่สุด คือ เคารพกฎ มีสติ และมีน้ำใจ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเช้า สาย บ่าย เย็นหรือค่ำ นะครับผม...

ที่มา : http://www.autobacs.co.th

 

ขอบคุณรูปภาพจาก

http://chromogenic.net/070911







บทความอื่นๆ